กาลละเล่น (ละอ่อนย้อนวัย)

แม้วันเด็กแห่งชาติของปีนี้จะผ่านไปแล้ว แต่กิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)สร้างสรรค์ให้เด็กได้สนุกสนานกันใน แนวคิดเรื่อง “กาลละเล่น (ละอ่อนย้อนวัย)” ซึ่งสรรหาเอาการละเล่นของเด็กๆ ในยุคเก่าออกมาแสดง และให้เด็กร่วมเล่นกิจกรรมกัน ยังอยู่ในความทรงจำของเด็กๆ และผู้ปกครองที่ได้พาลูกหลานไปร่วมกิจกรรมกันในวันนั้น

หลายคนถามหากันว่า การละเล่นแบบนี้ มีที่ไหน และมีอะไรอีกบ้างนอกเหนือไปจากที่ได้นำมาทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆในวันนั้น พูดง่ายก็คือ ผู้ใหญ่ติดใจอยากจะรู้ว่าการละเล่นแบบโบราณเหล่านี้มีที่ไหนจะให้รายละเอียดบ้าง

“ปานมณี” ขอบอกให้ในวันนี้ก็คือ ใครที่อยากรู้ ในเรื่องของการละเล่นแบบไทยๆ โดยเฉพาะไทยโบราณ ลองเปิดเว็บไซต์ไปที่ www.thaihealthcenter.orgคุณๆ จะได้รับคำตอบและความกระจ่างเจ้าค่ะ ซึ่งเป็นความเอื้อเฟื้อของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นั่นเอง

คุณเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. เล่าถึงแนวคิดของ “กาลละเล่น” ที่ สสส.นำมาแสดงในวันเด็กว่า เราต้องการพาเด็กย้อนเวลาไปกับกิจกรรมการละเล่นแบบไทย ร่วมกับครอบครัว เพื่อการอนุรักษ์การเล่นแบบไทย การสร้างความสัมพันธ์ของครอบครัว รวมถึงส่งเสริมพัฒนาการทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จ หรือ Executive Functions (EF) ซึ่งเป็นงานที่ สสส. ขับเคลื่อนอยู่ในช่วงปีที่ผ่านมา

แล้วคุณเบญจมาภรณ์ ก็อธิบายต่อว่า ทักษะ EF คือ กระบวนการทางความคิดในสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก การกระทำ เป็นความสามารถของสมองที่ใช้บริหารจัดการในชีวิตเรื่องต่าง ๆ โดยเมื่อเด็กได้รับกิจกรรมที่ช่วยเสริมพัฒนาด้าน EF จะทำให้เด็กมีการสร้างพฤติกรรมเชิงบวก มีการตัดสินใจในทางที่สร้างสรรค์ รู้จักยับยั้งควบคุมตนเองไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เหมาะสมได้

“สำหรับ “การเล่นแบบไทย” เช่น การทำว่าว ระบายสีหน้ากาก การเดินกะลาการทำลูกชุบ การทำปลาตะเพียนสาน ฯลฯ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้าน EF ทั้งสิ้น โดยเด็กจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบว่าว หรือหน้ากากของตนเอง พัฒนากล้ามเนื้อผ่านการปั้นขนม พัฒนาภาวะทางอารมณ์ให้รู้จักการเล่นกับผู้อื่น รู้จักการตัดสินใจ และการรอคอย ผ่านกิจกรรมการเล่นแบบกลุ่มเช่น มอญซ่อนผ้า เสือกินวัว หรืองูกินหาง เป็นต้น และสิ่งเหล่านี้ พ่อแม่หรือผู้ปกครองสามารถนำไปปรับใช้ต่อที่บ้านเป็นกิจกรรมของครอบครัวได้อีกด้วย ทั้งนี้ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. มีกิจกรรมหลากหลายที่จัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี โดยสามารถติดตามข้อมูลต่าง ๆ ได้ที่ www.thaihealthcenter.org ”

อะไรคือ ความประทับ จนถึงกับทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องถามหา หรือ พยายามค้นหา การละเล่นของไทยอื่นๆ กันอีก ลองมาฟัง บรรดาผู้ที่พาลูกหลานไปเที่ยวงานเมื่อวันเด็ก ที่ สสส.จัดกันบ้าง ว่าพวกเขาประทับใจกับอะไรหนักหนา จึงถึงกับต้องเรียกร้องอยากได้สัมผัสอีก

กลุ่มแรก เป็นครอบครัว จิระเดชดำรงโดย คุณพ่อวิบูลย์ จิระเดชดำรง กล่าวว่า กิจกรรมวันเด็กทั่วไปจะเน้นแต่การให้ของขวัญกับเด็ก หรือกิจกรรมที่เด็กเล่นได้ฝ่ายเดียว แต่กิจกรรมวันเด็กของ สสส. เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ นอกจากเด็กจะได้รับของขวัญแล้วยังได้ความรู้กลับบ้านด้วย ลูกได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลาย พ่อและแม่เองก็ได้ใช้เวลาร่วมกันกับลูกอีกด้วย เป็นกิจกรรมวันเด็กที่ร่วมได้ทั้งครอบครัว อย่างเช่นปีนี้เป็นธีมการละเล่นทำให้พ่อแม่ได้ย้อนวัยไปเมื่อตอนเป็นเด็กร่วมกันกับลูกสนุกมากๆ ครับ

และอีกหนึ่งครอบครัว คุณแม่วันเพ็ญ ต้องวัฒนา บอกถึงความรู้สึกที่พาน้องแพรไหม ด.ญ.พิรุฬธาร ต้องวัฒนา อายุ 7 ปี มาร่วมกิจกรรมว่า ชอบกิจกรรมวันเด็กของ สสส.เพราะมีเรื่องราว และมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ทำให้ลูกได้ฝึกเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อีกทั้งได้เรียนรู้ว่าการเล่นของพ่อแม่สมัยเด็กเป็นอย่างไร เกิดการพูดคุยมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ซึ่งปกติเวลาอยู่ที่บ้านตนก็พยายามชวนลูกทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้ลูกไม่ติดอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินไปโดยก็ไม่ได้ห้ามให้เขาเล่นโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ แต่เราก็จะมีการจำกัดเวลา รวมถึงสอนให้ลูกรู้ทันสื่อว่าอะไรที่ดูแล้วมีประโยชน์

ส่วนเสียงของเด็กคือ น้องแพรไหมบอกว่า “ชอบกิจกรรมทำลูกชุบ เพราะได้ปั้นทาสี อีกกิจกรรมที่ชอบคือ การทำว่าวด้วยตนเอง แปลกดี ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนเลยแล้วก็ทิ้งท้ายหยอดเอาไว้ว่า อยากมาร่วมกิจกรรมกับ สสส. ทุกปี สนุกดีมากๆ ค่ะ

เด็กๆ ในวันนี้ สามารถจินตนาการ มองไปถึงภาพในอนาคตวันข้างหน้าได้ ถ้าเขามีพัฒนาการทักษะการคิดเพื่อชีวิต (EF) อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าพวกเขาอยากเห็นภาพในอดีตที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ต้องดึงภาพเหล่านั้นมานำเสนอให้เด็กๆ วันนี้ได้มองเห็น “ปานมณี” ขอบอกว่า กิจกรรมนี้ของ สสส. จัดได้ “โดน” จริงๆ ค่ะ

ขอบคุณข้อมุล จาก สสส.

This entry was posted in news.