เกาะกูด

ที่นี่คือเกาะสุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลตราด และยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเกาะช้าง และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศเลยทีเดียว แต่ความสนใจของเกาะกูดแห่งนี้ กลับไม่ใช่ขนาดที่ใหญ่โตแต่อย่างใด เพราะทะเลสีเทอร์ควอยซ์ของเกาะกูดนั้นคือมนต์เสน่ห์ ที่ทำให้เกาะกูดกลายเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลที่มักเดินทางมาสัมผัสความสงบงามท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงบนเกาะกูดกันอยู่เสมอ

เกาะกุฎี หรือเกาะกุด

เกาะกุฎี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเสม็ด ห่างจากฝั่งประมาณ ๖ กิโลเมตร ใกล้กับเกาะกุฎี มีเกาะขนาดเล็กอีก ๒ เกาะ คือ เกาะท้ายค้างคาวและเกาะถ้ำฤาษี มีหาดทรายสวยงามเหมาะแก่การเล่นน้ำ ตั้งแคมปิง มีหน่วยพิทักษ์อุทยานตั้งอยู่ แนวประการังตลอดชายฝั่ง สามารถติดต่อเช่าเรือจากบ้านเพได้ บนเกาะมีบริการบ้านพักของอุทยานฯ จำนวน ๕ หลัง ราคาหลังละ ๑,๕๐๐ บาท พักได้ ๒ คน

อาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดของชาวชัยนาท เกิดขึ้นจากความตระหนักถึงการเพิ่มขึ้นของ ประชากร การปล่อยน้ำเสียและสารเคมีเป็นพิษลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งส่งผลให้ปริมาณปลา ตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก ปลาหลายชนิดต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ นายบุญธง สงฆ์ประชา จึงเป็นผู้คิดริเริ่มให้ก่อสร้างอาคารสถานแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ.2537

ดอยมด

สำหรับบรรดาเหล่าสาวกนักปีนเขาเดินป่าผู้หลงใหลในกลิ่นไอธรรมชาตินั้นคงจะพลาดเป็นอย่างมากถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้ยินและยลแต่ไม่เคยได้ไปสัมผัสจริง ๆ ถึงธรรมชาติที่สวยงามของดอยมด ดอยมดนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มีความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด มีพืชขึ้นหลายชนิด เช่น กล้วยไม้ดิน เฟิร์น มอส และพืชอื่น ๆ ร่มรื่นและชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

วัดเพชรพลี

ไฮไลต์ของวัดเพชรพลีนั้นคือการเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว พระบรมสารีริกธาตุฉัพพรรณรังสี พระเสมหธาตุและเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพุทธรูปและโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบในวัดนี้ ซึ่งหากสืบค้นตามประวัติแล้ว สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้น่าจะสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.272-273 โดยใช้ชื่อว่าวัดพลิบพลีตามชื่อเมืองที่พระโสณณะได้แนะนำพระนางสิริงามตัวเทวี พระมเหสีพระเจ้าตวันธิราชว่าควรสร้างเมืองเพื่อให้คนระลึกถึง พระปุณณะ

หมู่บ้านญี่ปุ่น

ที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยานั้นถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าโลกยุคโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเป็นทางเชื่อมผ่านระหว่างโลกตะวันออก (จีน) และตะวันตก (กรีก โรมัน) จัดว่าเป็นเส้นทางสายไหมทางบก จึงมีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าและต่อมาได้ตั้งรกรากอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างหมู่บ้านญี่ปุ่นอยู่กันมากถึง 1,500 คน บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออกหรือทางตอนใต้ของเกาะเมือง

หมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน (บ้านสันติชล)

หมู่บ้านสันติชลเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีน และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณีที่พวกเขารักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เมื่อมาเยือนเมืองปายแล้ว ทุกคนต้องแวะมาเยี่ยมชมอยู่เสมอ เมื่อมาถึงที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับการจำลองบรรยากาศของชุมชนจีนยูนนานในประเทศจีน

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ เป็นโบสถ์ไม้ ของคริสต์ศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร และมีอายุถึง 100 ปี โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ มีชื่อเต็มๆ ว่า “วัดอัครเทวดามีคาแอล” ที่มีโบสถ์ไม้หลังใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า อาคารโบสถ์คริสต์วัดซ่งแย้ ในระยะแรกนั้นสร้างเป็นกระต๊อบไม้เล็ก ๆเท่านั้น

แหล่งโบราณคดีภูผายา

ตั้งอยู่ทางเหนือของบ้านนาเจริญ ตำบลดงมะไฟ เป็นภูเขาหินปูนที่แยกตัวออกมาจากเทือกเขาภูพานมีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏตามผนังถ้ำเป็นจำนวนหลายส่วน ส่วนแรกบริเวณ “ถ้ำล่าง”พบกลุ่มภาพเขียนสีแดงบนผนังถ้ำผิวเรียบยาวประมาณ 5 เมตร ประกอบด้วยลวดลายเรขาคณิต ภาพสัตว์ ภาพฝ่ามือ

ตึกขุนอำไพพาณิชย์

ตึกขุนอำไพพาณิชย์ หรือที่ชาวเมืองศรีสะเกษเรียกกันทั่วไปว่า ตึกขุนอำไพ ตั้งอยู่บริเวณตลาดใน (ตลาดเก่า) บนถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตร