DSIทวงคืนที่สาธารณะ178ไร่ บุกรุกต้องออกภายใน30วัน

DSIทวงคืนที่สาธารณะ178ไร่ บุกรุกต้องออกภายใน30วัน
ดีเอสไอ บุกทวงคืนที่ดินสาธารณะประโยชน์ 178 ไร่ ริมหาดลายัน-เลพัง ภูเก็ต เร่งปักป้ายให้ผู้บุกรุกออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วันหากไม่ออกดำเนินการตามกม.ทันที

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ร่วมประชุมกับนายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช ปลัดจังหวัดภูเก็ต และและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวม 11 แห่ง เพื่อหารือแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกที่ดินริมหาดลายัน-เลพัง หมู่ 4, 6 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  178 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 1,200 ล้านบาท จากนั้นได้ลงพื้นที่แจ้งเตือนผู้บุกรุกและปักป้ายให้ออกจากพื้นที่

     
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า หลังศาลฎีกามีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้ที่ดินพิพาทระหว่างนายทุนเอกชน 6 ราย ที่เป็นโจทก์ฟ้องภาครัฐ  เป็นจำเลย กรณีจังหวัดภูเก็ตประกาศให้ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะ ไม่สามารถถือครองได้ ซึ่งศาลพิพากษาให้จำเลยชนะคดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นที่สาธารณะประโยชน์ และให้เอกชนออกจากพื้นที่ดังกล่าว วันนี้จึงลงพื้นที่พร้อมกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ที่ดิน แจ้งเตือนผู้บุกรุกให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่สาธารณะ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันนี้จนถึง 15 ธ.ค. นี้ แต่เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ปฏิบัติตาม ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษ และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้, ครอบครองพื้นที่เพื่อทำประโยชน์ และความผิดฐานฟอกเงิน ขณะที่อีกส่วนกรมป่าไม้ก็สามารถดำเนินคดีได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้บุกรุกเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล แต่ดีเอสไอก็ดำเนินคดีทุกพื้นที่ เพื่อเรียกคืนทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนมาให้มากที่สุด

ด้านนายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษาในส่วนของจังหวัดได้ประชุมมอบหมายให้อ.ถลางและอบต.เชิงทะเล ปักป้ายห้ามบุกรุกและให้ออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งประสานอัยการขอหมายบังคับคดีกับเอกชนให้ออกนอกพื้นที่ หากไม่ปฏิบัติตามให้ขับไล่ตามคำสั่งทางปกครอง นอกจากนี้ จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ อนุมัติให้เป็นที่ดินรัฐ และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นจึงจะขึ้นหนังสือสำคัญที่หลวง หรือ นสล. ได้

ด้านพ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้สรุปผลการปฏิบัติแจ้งเตือนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ทีมงานสามารถปักป้ายและแจ้งเตือนเอกชนที่เข้าครอบครองใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ทั้งหมด รวม 25 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างที่ดูแลกิจการรีสอร์ท แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อาจมีกระทบกระทั่งบ้างเล็กน้อย เมื่อดีเอสไอชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะก็เข้าใจและรับทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากที่ดินริมหาดเลพังแล้ว ศาลยังมีคำสั่งครอบคลุมถึงพื้นที่หาดลายันอีก 2 แปลง เนื้อที่โดยประมาณ 200 ไร่ มูลค่าการซื้อขายไร่ละ 70 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านบาท  ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ป่าลายัน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยศาลสั่งให้ตกเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์เช่นเดียวกัน และให้ออกจากพื้นที่พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ภายในกำหนดระยะเวลาเดียวกันด้วย

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

This entry was posted in news.